แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คติสอนหญิง: ความเข้าใจ




คุณเคยอยู่ใกล้ใครสักคน แล้วคิดบ้างไหมว่า...
ฉันไม่เข้าใจเลย หรือ คุณไม่เข้าใจฉันเลย
เพียงเพราะว่า..เขาไม่ได้ทำและเป็นในสิ่งที่คุณต้องการ
คุณรู้ไหมว่า..ความเข้าใจเป็นพื้นฐานของความรัก
หรือความรักอาจเป็นพื้นฐานของความเข้าใจ

แต่ไม่ว่าคุณจะรักใคร..คุณจำเป็นต้องเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็น..
ก่อนที่คุณจะให้เขามาเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการ
เคยมีใครสักคนบอกคุณบ้างไหมว่า..ความรักคืออะไร?

เชื่อว่าคุณคงเคยได้ฟังมาบ้าง ..ความรักคือการให้..
ให้ไปโดยไม่หวังสิ่งใดๆตอบแทน ให้ไปทั้งใจ ให้ไปเต็มร้อย
แม้ผลที่ได้รับกลับจะไม่เป็นอย่างที่คุณหวังก็ตาม
แต่มักมีคำถามตามมาเสมอว่า..
ความรักโดยไม่หวังอะไรตอบแทนมีจริงหรือ?

นั่นสินะ..เพราะคงไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน
คุณรักใครสักคน ยังหวังให้เขามารักตอบ
ให้อะไรใครสักอย่าง ยังหวังให้เขาได้รู้ค่า
แค่ความเข้าใจสักนิด ยังคงต้องการจากผู้อื่นเสมอมา
เพราะ "ความต้องการ" ของคนเราไม่มีที่สิ้นสุด
ได้สิ่งหนึ่ง ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่งเสมอ

หากไม่ได้สิ่งที่หวังนั้น ก็แสวงหาสิ่งทดแทนจากสิ่งอื่น
คุณทุกคนยังคงเป็นผู้แสวงหา
หาความเข้าใจจากคนรอบข้างเป็นนิจ
หาใครสักคนที่รับฟังคุณได้แล้วทำเหมือนเข้าใจ

"ความเข้าใจ" เปรียบเสมือน "กระจก"
เพียงแค่คุณเลือกที่จะมองกระจกชนิดไหน

หากคุณเลือกกระจกเงา คุณก็จะเห็นภาพของตัวคุณเอง
หากคุณเลือกกระจกใส คุณก็จะมองเห็นอีกภาพซึ่งแตกต่างกัน

คนส่วนมากชอบมองกระจกเงา ซึ่งสะท้อนภาพตัวเองมากกว่า
จึงไม่แปลกอะไรใช่ไหมที่คุณยังคง "ไม่เข้าใจ"
เพราะคุณไม่ได้มองทะลุเข้าไปยัง "หัวใจ" ของเขาเลย

เปลี่ยนกระจกเงาบานนั้น..ให้เป็นกระจกใสในใจคุณบ้างแค่บางเวลา
คุณจะพบว่าไม่ยากเกินไปเลยที่คุณจะเข้าใจใครสักคน
แต่อย่าได้คาดหวังที่จะเข้าใจเขา หรือให้เขามาเข้าใจคุณทั้งหมดที่คุณเป็น
เพราะแม้แต่ตัวคุณเอง..ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย จริงไหม?

25 วิธีการดูแลความรัก

ความรักทำให้ชีวิตมีความสุข แต่ต้องดูแลเทคแคร์อย่างไรละ ความรักถึงจะไม่จากไป

1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ

9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างคนสองคน

17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

18. อย่าอายที่จะขอโทษ

19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย

20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

ขอบคุณบทความดีๆ http://takao.exteen.com/20060902/entry

วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

เทคนิคการดูแล...รักษาใจซึ่งกันและกัน

หมั่นคอยดูแล และรักษาดวงใจ ให้คุณและเขารักและเข้าใจกันตลอดไปนานเท่านานนะคะ ด้วยเทคนิคการดูแลความรักเหล่านี้

For Him


• เขียนโน้ตใส่กระดาษแผ่นเล็กๆ ว่า ‘คิดถึง’ ให้เห็นบ้าง
• หาเพลงรักซึ้งๆ ให้เขาแล้วหยอกว่าเป็นเพลงสำหรับเขาคนเดียว
• การ์ดแฮนด์เมดฝีมือคุณเอง
• ขับรถให้เขานั่งสักวัน
• ลองเรียกเขาว่า ‘ที่รัก’
• หลังเลิกงานลองนวดคลายเมื่อยให้เขาบ้าง
• ทำตัวเป็นแคดดี้สาวไปตีกอล์ฟเป็นเพื่อนเขา
• มองตาเขาและบอกรักแบบจริงใจสุดๆ
• ต่อโมเดลรถให้เขาสักคัน
• ส่งดอกไม้ให้เขาบ้างนานๆ ครั้ง
• ทำพาวเวอร์พอยท์ข้อความสารภาพรักน่ารักๆ ส่งให้เขา
• วาดการ์ตูนบอกรักเขาสั้นๆ ติดไว้ที่เสื้อเชิ้ตตัวโปรด
• ดูแลในวันที่เขาป่วย
• ชงกาแฟร้อนๆ ให้เขาสักแก้ว
• เวลาเขากำลังงานยุ่ง ลองถามว่า เหนื่อยมั้ยคะ หรือมีอะไรให้ช่วยมั้ย

For Her

• เซอร์ไพรส์เธอด้วยดอกไม้ในโอกาสพิเศษ
• อะไรน่ารักที่เคยทำตอนจีบกันใหม่ๆ ลองหยิบมาใช้บ้าง
• หาเวลาพาเธอไปดินเนอร์แบบโรแมนติก
• ถ้าต้องอยู่ห่างกันหลายวัน ลองเขียนจดหมายรักถึงกัน
• แต่งเพลงสดๆ ให้เธอฟัง หรือเป่าเทียนเค้กวันเกิดให้เธอ
• เป็นเพื่อนเธอไปช้อปปิ้ง
• กระซิบบอกรักเบาๆ ระหว่างดูหนัง
• ลองถ่ายรูปมุมสวยๆ ให้เธอเวลาไปสถานที่ต่างๆ
• ส่งโปสการ์ดคิดถึงถ้าคุณต้องเดินทางไปต่างสถานที่
• โทรศัพท์ไปหาแล้วพูดสั้นๆ ว่า “ผมรักคุณ”
• นวดเบาๆ ให้เธอบ้าง
• รวมภาพน่ารักแล้วจัดให้เธอในวันเกิด
• หมั่นโทรฯ ถาม และดูแลเวลาเธอไม่สบาย
• ถ้าคุณงานยุ่งมาก ลองหาจังหวะลางานอยู่กับเธอ 1 วันเต็มๆ
• จำวันสำคัญของเธอได้



*** ใกล้จะถึงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์กันแล้ว ลองมองหา ของขวัญ ดีๆ มีคุณค่าทางจิตใจ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่คุณรักนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ดอกกุหลาบ(rose) , หนังสือ ที่บอกความหมายดีๆ , รูปภาพ ความประทับใจระหว่างเรา หรือ จะเป็น แหวน แทนใจ , ของขวัญไอเดียร์เก๋(Gift Ideas) ซึ่งคุณน่าจะทราบดีที่สุด ว่าอะไรที่เหมาะกับเขาหรือเธอค่ะ

ขอขอบคุณบทความ จาก นิตยสาร Woman Plus

เคยมีมั้ย ???

























yoyocici088.gif
บทความดีๆจาก http://www.siamplugin.com/forums/index.php?showtopic=368

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ความรัก... ก้าวเดิน

“ความรัก” ของคนเรา ก็มีเท้าเดินเหมือนกัน
เมื่อแรกเริ่ม . . . ความรักก็เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
เพราะ . . . อยากจะถึงจุดหมายที่หวังไว้


คือ . . . ใครคนหนึ่งที่เรารู้สึกดีๆด้วย
เมื่อสมหวังแล้วความรักก็เดินไปเรื่อยๆ
. . . ไม่ต้องก้าวยาวและเร็ว
. . . เดินไปตามปกติและก้าวต่อไปเรื่อยๆ
. . . ในช่วงนี้ถ้าเดินเร็วไปอาจจะเจอหลุมและสะดุดได้
ก็คงจะต้องเดิน . . . อย่างระมัดระวัง
. . . และก้าวให้ได้จังหวะ . . . ที่เหมาะสม


แต่เมื่อถึงเวลา . . . ที่ความรักผิดหวังหรือจบลง
ความรัก . . . ก็จะเดินช้าลง
บางทีอาจจะช้า . . . ช้าจนเหมือนเราเดินถอยหลัง

เหมือนกับ . . . คนที่หกล้มแล้วขาเจ็บ
จะเดินไม่ถนัดนัก . . . ต้องรอเวลาเพื่อรักษาให้แผลที่เกิดจากการหกล้มหาย
แล้วค่อยก้าวเดินต่อไป . . . อย่างปกติ



ความรักก็มี step ในการก้าวเดินไปอย่างนี้เรื่อยๆ
ช้าบ้าง . . . เร็วบ้าง จนกว่าจะถึงวันหนึ่งที่เราได้เจอคนที่ใช่จริงๆ
วันนั้น . . . ความรักคงเดินต่อไปได้เรื่อยๆ

ถึงจะหกล้มบ้าง ตกหลุมบ้าง
แต่ . . . ก็ยังมีคนที่คอยประคอง คอยเดินไปด้วยกัน
ไม่ใช่หกล้มแล้ว . . . ต้องลุกเดินต่อด้วยตัวเองอีกต่อไป


เมื่อความรัก . . . ก้าวเดิน
เราจึงต้องก้าวตาม . . . อย่างระมัดระวัง
จะหกล้มบ้าง จะสะดุดบ้างก็ต้องพยายามลุกขึ้น
. . . และกลับมาเดินต่อไป ให้ได้ . . .

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ช่วงเวลาของความรัก



ช่วงที่ 1 : ความฝัน ตอนเริ่มคบกัน
แรกๆ คุณรู้สึกหลงใหลในตัวเขา จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอย่างอื่น คงเคยมีบ้างหรอก
ที่คุณเฝ้าแต่วาดรูปหัวใจมีศรปักอก แล้วสลักชื่อคุณกับเขาลงไป
เดินไปยิ้มไปคนเดียวด้วยความคิดถึงเขา เวลาคุยกับเพื่อน
ไม่พ้นเรื่องของเขาอีกนั่นแหละ จนเพื่อนๆ เบื่อหน่าย
ในช่วงที่คุณตกหลุมรักตอนแรกๆ ยากจะบอกได้ว่า
ความรักของคุณจะยืนยาวต่อไปหรือไม่ เพราะท่าทางพึงพอใจ
โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก
โดยไม่คำนึงถึงความรักเท่าใดนัก
บางทีเขาอาจจะทำเรื่องที่เหลวไหลหรือแย่แค่ไหน
คุณก็มองไม่เห็น เพราะความหลงยังบังตาอยู่
แม้ความจริงเป็นสิ่งโหดร้าย
แต่เราต้องยอมรับ เมื่อคุณพบแต่เนิ่นๆ ว่า
เขาไม่ควรค่าแก่การที่คุณจะต้องเสียเวลากับเขา
ดังนั้นในตอนที่ความรักยังหวานชื่นอยู่นั้น
ต้องพยายามรักษาสมองให้ปลอดโปร่ง อย่ารักจนโงหัวไม่ขึ้น
คำถามง่ายๆ ที่คุณควรถามตัวเองเบื้องต้นก่อน เช่น
เขาอ่อนหวานไหม
อารมณ์รุนแรงหรือไม่ สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อคุณ
เป็นสิ่งที่คุณชอบหรือเปล่า
ถ้าคำตอบคือ ไม่แน่ใจ
ก็ต้องทบทวนแล้วว่าความสัมพันธ์ของคุณจะเกิดปัญหา
ในอนาคตหรือเปล่า แต่ช่วงการตกหลุมรักอย่างเป็นบ้าเป็นหลังนั้น
ไม่ใช่ช่วงที่ยืนยาวนัก
บางครั้งหากความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อเกินไป
เกิดร้าวรานได้ง่าย และหนุ่มสาวหลายคู่ทีเดียวที่เลิกรากันในช่วงนี้

^_^ ....................................................................^_^

ช่วงที่ 2 : เผชิญความจริง
ช่วงนี้เป็นระยะที่คล้ายกับคุณร่อนจากฟ้ามาสู่ดิน
ถ้าคุณบินยิ่งสูงโอกาสตกลงมายิ่งแรง ซึ่งต้องเตรียมไอน์สไตน์ หรือแฟรงเกนสไตน์
มิฉะนั้นโอกาสที่คุณจะลุ่มหลง รูปลักษณ์ภายนอกเขาสูงกว่ามันสมองเขาแน่
จากตรงจุดนี้ คุณจะเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เช่น
เขาเล่าเรื่องตลกให้ฟังในขณะที่ข้าวยังเต็มปากอยู่
คุณเริ่มมองเห็นความไม่น่ารักเสียแล้ว คุณอาจพบเรื่องน่าเบื่อ
หรือไม่เข้าท่าหลายอย่างของเขา จุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ
ทำให้คุณเลิกรากับเขาได้
ทั้งที่ตอนแรกคุณประทับใจเขาไปหมด ทั้งรูปร่างหน้าตา
กิริยาท่าทาง การแต่งตัว
พอมาถึงช่วงนี้ ทำไปทำมา
หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มขัดหูขัดตามากขึ้น
ขณะที่เขา ก็มีอาการไม่ต่างไปจากคุณเท่าใดนัก
ดังนั้นในช่วงที่คุณลังเลว่าจะไปจากเขาหรือเปล่า
ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทดสอบคุณทั้งสองได้ดีที่สุด
ลองพิจารณอย่างรอบคอบว่า
จุดบกพร่องของเขา จะนำไปสู่การแตกแยกในที่สุดไหม
หรือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
ที่ไม่ตรงกับความสมบูรณ์แบบที่คุณจินตนาการหรือคาดหวังไว้
ถ้าคุณรักเขาจริงๆ
เรื่องดังกล่าวไม่น่าเป็นอุปสรรคมากเท่าใด
และจำเป็นต้องพิจารณาว่าข้อเสียเหล่านี้ จะทำให้ความรักของคุณ
ดำเนินต่อไปได้หรือไม่
ถ้าคุณตัดสินใจที่จะให้โอกาสทั้งสองฝ่ายควรพูดจาเปิดอกกัน
จะมีประโยชน์กว่า
หรือแม้กระทั่งการใช้อารมณ์ขันเข้าช่วยบางครั้ง
หากคิดว่าข้อเสียของเขามากจนกลบข้อดีเกือบหมด
โบกมือลาคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


ช่วงที่ 3 : โลกของคนสองคน
เมื่อคุณโชคดีผ่านสองช่วงแรกมาได้ แสดงว่า
ความรักเขาสู่ภาวะที่มั่นคงแล้ว
กลายเป็นโลก ของคนจะนำมาใช้เรียกคุณกับเขาในตอนนี้ และคำว่า
"ฉันรักคุณ" ก็เหมาะกับช่วงนี้เช่นกัน
เขาจะเป็นคู่ครองตัวจริงของคุณ รักและห่วงใยกันเสมอ
มีความใกล้ชิดสนิทสนม
และให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกันได้ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
คนที่คุณอยากจุมพิตเพียงคนเดียว
ระบายความในใจและปรึกษาหารือกันได้
เริ่มวางแผนจะก่อร่างสร้างครอบครัวในอนาคต
ไม่ว่าอุปสรรคใดมาขวางกั้น
ก็พร้อมต่อสู้และเป็นกำลังใจให้กัน
ทว่ามาถึงขั้นนี้ ยังไม่รับประกันว่า
คุณจะครองคู่กันเป็นนิรันดร์ได้
ในช่วงนี้คุณจึงต้องดูว่า เขามีความคิดเข้ากับคุณได้ไหม
รับผิดชอบมากเท่าไร
ยังรักที่จะใช้ชีวิตโสดร่วมกับเพื่อนๆ มากกว่าคุณหรือเปล่า
ถ้าคำตอบในคำถามดังกล่าวยังไม่แน่นอน แสดงว่า
ความสัมพันธ์ยังไม่แน่นแฟ้นพอจะลั่นระฆังวิวาห์ได้
บางครั้งความจริงก็เป็นเรื่องทรมาน แต่ถ้าหลบหนี
มันคุณจะยิ่งเจ็บปวดทวีคูณ
ลางบอกเหตุบางย่าง เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง
และสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด
แม้จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณ ตื่นเต้นหรือหวือหวา
แต่ถ้ามีเงาของความรุนแรงแฝงอยู่ตลอด
จนร่องรอยของความปริร้าวที่เริ่มปรากฏการแยกจาก
ควรเป็นหนทางที่น่าพิจารณาด้วยเช่นกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 3 แสดงว่า
พื้นฐานความรักคุณเริ่มลงหลักปักฐาน
แต่อย่าเพิ่งวางใจ แม้ว่าคุณจะมีต้นทุนแน่นอนจำนวนหนึ่ง
แต่ถ้าคุณปล่อยไปตามสภาพโดยไม่รดน้ำพรวนดินต้นรัก
ความรักจะจืดจางได้เช่นกัน

แล้วความรักของคุณตอนนี้ล่ะ อยู่ช่วงไหน?

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

''ความรัก'' เปรียบเหมือน ''การเลือกรองเท้า''

รองเท้าแตะมีขายตามร้านทั่วไป
เวลาที่เราไปเห็นก็จะนึกสนใจ
มีคนเสนอขายให้ราคาถูกๆ ก็ไม่เคยคิดจะซื้อ
แต่พอจำเป็นเข้าจริงๆ ก็ต้องไปซื้อมาแก้ขัดก่อนอยู่ดี
..............................................................

รองเท้าบางคู่ใหม่ๆ อาจรู้สึกสบาย
แต่ถ้าใส่นานๆ เข้า อาจจะรู้สึกว่ารองเท้า
คู่นี้ไม่เหมาะกับเรา อยากจะถอดทิ้งเสียเหลือเกิน

...................................................................

รองเท้าบางคู่ลองใส่ที่ร้านแล้วรู้สึกแปลกๆ
อาจมีบ้างที่คับไป หรือ หลวมไป แต่ใครจะรู้
บางทีพอใส่ไปซักพัก หนังอาจจะขยายพอดีกับเท้าของเรา
จนรู้สึกว่าดีเหลือเกินที่ตอนนั้นตัดสินใจเลือกคู่นี้
................................................................

รองเท้าบางคู่ ดูภายนอกอาจตลก
แต่รู้มั๊ยว่าบางทีเมื่อมันมาอยู่คู่กับเท้าของเรา
อาจจะทำให้ทั้งเท้าของเราและรองเท้าดูดีผิดหูผิดตาไป
................................................................

ส่วนรองเท้าคู่ไหนที่เห็นคนอื่นใส่แล้วดูดี
ก็ไม่แน่เสมอไปว่าเมื่อเราใส่แล้วจะดีเหมือนกับที่คนอื่นใส่
.....................................................................

ใครที่มีรองเท้ามากเกินความจำเป็น
เขาเหล่านั้นก็คงจะไม่รู้ว่าคู่ไหนเป็นคู่โปรด
ตราบเมื่อเค้าได้เสียรองเท้าคู่นั้นไป
ซึ่งมันก็อาจจะสายไปเสียแล้วที่จะทวงคืน
...........................................................

แล้วรองเท้าตามโรงแรมล่ะ
รองเท้าสาธารณะเหล่านั้นได้ผ่านเท้า
ของผู้คนมามากมาย บางคู่อาจยังใหม่
บางคู่อาจดูโทรม บางคู่อาจจะนำพาโรคมาสู่ผู้ที่ใส่
แต่รองเท้าสาธารณะเหล่านี้ มีความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง
คือ อยากมากจนเรียกว่าแทบจะไม่มีเลย ที่จะมีคนมาขอซื้อ
เป็นเจ้าของ นอกเสียจากซื้อไว้ดูเล่น
ซึ่งจะไม่มีทางได้สัมผัสความรักระหว่างเจ้าของกับรองเท้า
..................................................................

รองเท้าที่เหมาะกับเรา หาได้ไม่ยาก และไม่ง่าย
แต่ถ้าเดินไปแล้วเจอคู่ที่ถูกใจ ควรรีบตัดสินใจซื้อ
ก่อนที่จะถูกคนอื่นมาตัดหน้าไปก่อน ซึ่งรองเท้าคู่นั้น
อาจจะเป็นคู่เดียวในโลกที่เหมาะกับเรามากที่สุดก็ได้
....................................................................

ส่วนรองเท้าบางคู่ที่ไม่เหมาะกับเรา
ใส่แล้วไม่รู้สึกสบาย อย่าพยายามใส่ต่อไปอีกเลย
มีแต่จะทำให้เราทรมาน และในที่สุดเราก็ต้องโยนมันทิ้งไปอยู่ดี
...................................................................

รองเท้าสมัยใหม่ ดูแล้วเท่ แต่รองเท้าสมัยเก่า
ใส่แล้วก็ดูดีไปอีกแบบ จะสมัยไหนก็ช่าง ขอให้ใส่แล้วสบายที่สุด
เมื่อเจอแล้วควรใส่อย่างถะนุถนอมจะได้อยู่กับเราไปนานเท่านาน....

รองเท้าก็เหมือนความรักเราต้องเลือกสิ่งที่เข้ากับเราได้ดีที่สุด
และถ้าเลือกแล้วก็ต้องดูแลและใส่ใจมันอยู่ตลอดเวลา

Playlist


MusicPlaylistRingtones
Create a playlist at MixPod.com